การติดเชื้อรา
Fungus
สาเหตุจากเชื้อราในสกุล Saprolegnia ที่มักเป็นอันตรายต่อปลาเขตร้อน
เชื้อรานี้จะแสดงอาการไม่ชัดเจน แต่มันจะขาวและง่ายต่อการสังเกตกว่าโรค
velvet สาเหตุเบื้องต้นของโรคนี้เกิดจากความเสียหายของเยื่อบุเมือกบนผิว
ที่เชื้อรามาเกาะและเจริญเติบโต ความบาดเจ็บสภาพแวดล้อม และปรสิต
ก็สามารถทำลายการป้องกันของเยื่อบุผิวได้่
การรักษาการทา methylene blue ในบริเวณที่ติดเชื้อ หลังจากนั้นปลาจะ
ถูกนำไปแช่น้ำเกลือ 10 วัน และอาจต้องไปพบสัตวแพทย์
Body
Slim Fungus
โรคนี้สามารถฆ่าปลาได้ภายใน 2 วัน ถ้าไม่รักษาให้ทันเวลาเยื่อบุเมือกที่หุ้ม
จะเป็นสีขาวและเริ่มหลุดออก เหมือนกับว่าปลากำลังลอกคราบ ครีบจะค่อยๆ
ถูกปกคลุม ท้ายสุดตัวก็ลายแดงด้วยอาการระคายเคียง
การอาบน้ำเกลืออุ่นๆ จะเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว เพราะจะช่วยลดการเจริญ
เติบโตของเชื้อรา
การไปพบสัตวแพทยเป็นวิธีที่แนะนำใหปฎิบัติ
Branchiomycosis
การติดเชื้อชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อเหงือก ทำให้เกิดการกดระบบหายใจและเลือด
ออกที่เหงือก บริเวณของเนื้อเยื่อเหงือกที่ตายบ่งชี้ให้เห็นถึงโรคนี้ และที่โชคร้าย
คือ ยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่เป็นโรคก็จะตายภายในเวลาไม่กี่วัน
ควรแยกปลาไว้ต่างหาก ถ้า่สงสัยว่าติดเชื้อ branchiomycosis
การติดเชื้อไวรัส
Carp Pox โรคพุพอง โรคซิฟิลิส
โรคพุพองมักจะเป็นกับปลา koi และปลาในตระกูลใกล้เคียงการติดเชื้อไวรัสนี้
ทำให้เกิดเมือกลื่นสีขาวขุ่นและสีชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลัีกษณะ
อาการของโรคนี้ก็คือ มันเกิดขึ้นมาและดูเหมือนจะรุนแรง แต่ต่อมามันก็จะหายไป
เอง ควรแยกปลาที่ติดเชื้อออกจนกว่าเมือกนั้นจะหายไป อาจจะกินเวลาประมาณ
7-10วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายไป เพราะว่าโรคนี้
ไม่ได้คร่าชีวิตปลา
Sping Viremia of Carp
มีลักษณะอาการคือ ตาพอง ผิวและเหงือกเป็นแผล ว่ายน้ำไม่ได้ แลหะท้องบวม
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ Rhabdovirus carpio โรคนี้มีสาเหตุมาจากน้ำ
อุณหภูมิสูง และมักเกิดกับลูกปลา โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การกลับมาเป็นไม่มีวิธี
การรักษานอกจากปลาที่ติดเชื้อก็ควรย้ายออกจากบ่อ
Lymphocystic
เป็นโรคไวรัสธรรมดาที่สามารถจะวินิจฉัยได้จากการเกิดก้อนเนื้อแข็งขึ้นตามตัว
โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงตาย แต่ไม่มีทางรักษา มันสามารถกลับมาแสดงอาการอีก
และติดต่อได้ง่าย จึงควรต้องย้ายปลาที่ติดเชื้อออกจากบ่ออย่างถาวร
|