บ่อผสมพันธุ์
ปลา Koi จะวางไข่ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบ่อ แต่ผู้เลี้ยงควรจะเตรียมบ่อ
ผสมพันธุ์ไว้ด้วย ถังที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วอย่างดี ควรปล่อยให้พ่อ-แม่ และลูกปลาอยู่ตามลำพัง เพื่อที่จะสามารถควบคุมดูแลได้อย่างใกล้ชิด และยังสามารถเพิ่มการรอดชีัวิตของลูกปลาด้วย
บ่ิอเพาะปลา Koi ควรจะมีขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศุนย์กลางอย่างต่ำ 6-8 ฟุต
และลึก 3-4 ฟุต ควรจะแข็งแรง และมีพื้นผิวบ่อเรียบ เพราะปลามักถูตัวกับ
ผนังบ่อ ต้องแน่ใจว่ามีการให้ออกซิเจนในบ่ออย่างเพียงพอและอาจต้องเพิ่ม
อุปกรณ์ในการเพาะพันธุ์ ให้ตัวเมียใช้วางไข่ วัสดุเหนียวนุ่มมัดผ้า ผักตบชวา หรือกิ่งต้นหลิว เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสม หรืออาจจะซื้ออุปกรณ์ผสมพันธุ์จำลอง
ก็ได้ ต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ซื้อมาปราศจากปรสิตและสารเคมี
การเลือกพ่อ-แม่พันธุ์
เมื่อจะเพาะพัันธุ์ปลา ก็คงต้องการให้ปลาที่เกิดมามีสีสดใสสุขภาพดีและรอด
ต้องเริ่มด้วยการเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม โดยดูจากปลาที่มีสุขภาพ
แข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว สีสวยและครีบมีลักษณะดี ผู้เชี่ยวชาญบางคน
แนะนำว่าต้องไม่นำปลาkoi ชนิดหลักๆมารวมกันและควรจะเลือกปลาที่มี
ีพื้นสีขาว สีสด และลำตัวตรง คนเลี้ยงปลาที่มีชื่อเสียงบางคน จับคู่ปลาตัวผู้
และตัวเมียอย่างละตัวมาผสมพันธุ์กัน แต่มันยากที่จะเลือกปลาที่มีคุณสมบัติดี
พร้อม สำหรับที่จะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ ดังนั้นควรเลือกตัวผู้ 3 ตัว และตัวเมีย 1 ตัว ถ้าการจับคู่แรกล้มเหลว ลองเปลี่ยนคู่ผสมพันธุ์ด้วยตัวผู้อีกตัว
เมื่อได้เวลาแล้ว นำปลาที่เลือกไปไว้ในบ่อผสมพันธุ์ อุณหภูมิน้ำในบ่อควรจะอยู่
ที่ประมาณ 75 องศาฟาเรนไฮด์ ในตอนกลางวัน และอุณหภูมิควรจะลดลง
ในตอนกลางคืน การเปลี่ยนแปลงนี้เองที่กระตุ้นให้เกิดการผสมพันธุ์
ถ้าจับตาดูปลาให้ดี เราจะเห็นมันเกี้ยวกัน ตัวผู้เริ่มที่จะรังแกตัวเมีย
เพื่อให้ตัวเมียวางไข่ การเกี้ยวจะเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้เวลาที่ตัวเมียจะวางไข่ ไข่จะ
ถูกวางในอุปกรณ์เพาะพันธุ์ ที่ซึ่งกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในบ่อการผสมพันธุ์และ
การวางไข่มักเกิดในช่วงเช้า
การย้ายพ่อ-แม่พันธุ์
พ่อ-แม่ปลาอาจจะกินไข่ของตัวเองได้ ดังนั้นจึงต้องย้ายออกจากบ่อ อาจจะย้าย
ไปอีกบ่อที่มีคุณภาพน้ำดีและอุณหภูมิใกล้เคียงกัน หรือ จะย้ายกลับไปที่บ่อก็ได้
ไข่และลูกปลาอาจจะตายเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นกังวลที่จะ
ปกป้องไข่ทุกฟอง
|